สึนามิ Tsunami : ยิ่งเทคโนโลยีพร้อม ยิ่งลดการสูญเสีย

Tsunami & Tech
[อ่านสั้นๆ] : 'สึนามิ' ถ้าเกิดขึ้นในยุคนี้ ที่เทคโนโลยีดิจิทัลพัฒนาอย่างก้าวกระโดด สามารถแพร่กระจายข่าวสารได้อย่างฉับไวในระดับวินาที... จำนวนผู้เสียชีวิตก็คงไม่เยอะเท่ากับในปี 2004
_____________
.
วันที่ 26 ธันวาคม ปี 2004: สึนามิ (Tsunami) เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งในสมัยนั้นคนแทบไม่รู้จักด้วยซ้ำและอาจจะได้ยินเป็นครั้งแรกจากข่าวหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้นไปแล้ว ทำให้มีคนเสียชีวิตกว่า 230,000 คน บ้านเรือนพังเสียหาย ถนนหนทางโดนตัดขาด ระบบสาธารณะสุขเสียหายเป็นอย่างมาก ...
.
เทคโนโลยีดิจิทัลในปี 2004 ยังไม่พัฒนาถึงขั้นปัจจุบัน ตอนนั้นเราอาจจะมีอินเตอร์เน็ต มีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะใช้แล้วก็จริง แต่ความรวดเร็วและการเข้าถึงอุปกรณ์สื่อสารที่ทันสมัยยังมีราคาแพง และโทรศัพท์ยังมีฟิเจอร์น้อย ซึ่งสามารถทำได้แค่การเข้าอินเตอร์เน็ตและส่ง SMS, EMS เท่านั้น
.
ถ้า 'สึนามิ' เกิดขึ้นในปัจจุบันความเสียหาย และจำนวนผู้เสียชีวิตคงน้อยกว่านี้...
.
1. การแพร่กระจายของข้อมูลข่าวสารที่ฉับไว :
เราสามารถรับรู้ข่าวสาร การแจ้งเตือนต่างๆ ได้ในระดับวินาที Breaking News จากทุกพื้นที่ในโลกสามารถแพร่กระจายไปในโลกไร้พรมแดน "อินเตอร์เน็ต" ได้อย่างรวดเร็ว ในยุคที่สมาร์ตโฟนกลายเป็นอุปกรณ์สำคัญในการดำรงค์ชีวิต ทุกคนสามารถได้รับข้อมูลแจ้งเตือนหากเกิดภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งก็จะทำให้การสูญเสียหรือการตายแบบไม่รู้ตัวนั้นลดลง
_____________
2. ระบบ Real Time GPS Sensors มีความแม่นยำสูงยิ่งขึ้น :
นักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจจับการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกมีความเสถียรมากยิ่ง มีการเก็บข้อมูลและแสดงผลแบบ 3D ซึ่งสามารถระบุตำแหน่งในทุกๆ วินาที วัดการขยับในระดับเซนติเมตรว่าเปลือกโลกเคลื่อนตัวในลักษณะใด เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการวิเคราะห์และทำนายความเสี่ยงที่จะเกิดคลื่นสึนามิ เพื่อแจ้งเตือนภัยสามารถทำได้รวดเร็วและถูกต้องมากยิ่งขึ้น
_____________
3. มีประสบการณ์แล้ว :
เรียกได้ว่าไม่มีใครไม่รู้จัก 'สึนามิ' ในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะผู้คนส่วนใหญ่มีประสบการณ์ร่วมกับเหตุการณ์สึนามิในปี 2004 นอกจากนั้นโลกดิจิทัลยังทำให้ผู้คนสามารถค้นหาข้อมูลต่างๆ ใน Google ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น เมื่อมีประสบการณ์แล้วก็สามารถเตรียมการในการป้องกันภัยได้ดีขึ้น โดยในประเทศไทยได้มีการติดตั้งศูนย์แจ้งเตือนสินามิตามบริเวณชายฝั่งต่างๆ มีการติดตั้งลำโพงเพื่อแจ้งเตือน รวมถึงยังมี 'ป้ายบอกเส้นทาง' ในการหนีคลื่นยักษ์สึนามิตามจุดต่างๆ เพื่อที่จะอพยพคนหนีได้ทันเวลาและลดการสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
_____________
.
เราไม่มีเทคโนโลยีที่พัฒนาพอที่จะสั่งให้เปลือกโลกหยุดเคลื่อนตัว, สั่งให้อุกาบาตไม่ตกลงในทะเล หรือ ให้ภูเขาไฟหยุดประทุระเบิดได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราสามารถทำได้คือการเตรียมพร้อม และใช้เทคโนโลยีที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในการทำนายและหาหนทางในการลดความสูญเสียให้ได้มากที่สุด
.
จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีพัฒนาอยู่ตลอดเวลา และมีส่วนช่วยในชีวิตเรา ทำให้เราสามารถรอดตายจากภัยพิบัติต่างๆ ได้ เพราะฉะนั้นเทคโนโลยีไม่ใช้สิ่งไกลตัวอีกต่อไป มันได้เข้ามาผนวกอยู่กับชีวิตของเราอย่างปฏิเสธไม่ได้
.
เช่นเดียวกัน เราต้องปรับตัวให้ทันเทคโนโลยี และใช้มันให้เป็นประโยชน์ในการดำรงค์ชีวิต ปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนช่วยในการติดต่อสื่อสาร และการทำงาน โดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ทำให้คนต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง
.
ใครอยากทราบว่า 'ทักษะดิจิทัล' ของตัวเองพร้อมแค่uakeไหน ในการใช้ชีวิตและการทำงานในปัจจุบัน ให้ลองไปทำ Digital Adaptivity Assessment เพื่อรับผลคะแนนกันฟรีๆ แถมยังสามารถกดจองเวลาคุยกับ 'เมนเทอร์' ผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อพัฒนาศักยภาพของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด คลิ๊กเลย: http://bit.ly/adaptivityassessment

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish