จำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมีเมนเทอร์? 5 ข้อต้องคิดก่อนจะมีเมนเทอร์

👥 หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า เมนเทอร์ (Mentor) มาจากรายการทีวีค้นหานายแบบนางแบบชื่อดังอย่าง The Face หรือได้เห็นลิซ่าแห่งวง Blackpink ทำหน้าที่นี้ในรายการผลิตไอดอลหน้าใหม่จากประเทศจีนชื่อ Idol Producer จนทำให้เข้าใจไปว่าเมนเทอร์คือคนที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับเหล่าดารา นักร้อง เซเลบริตี้หรือคนมีชื่อเสียงเท่านั้น

แต่ที่จริงแล้ว เมนเทอร์หมายถึงผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ที่คอยให้คำปรึกษาและชี้ทางให้กับเรา เมนเทอร์ที่ดีจะจุดประกาย สร้างแรงบันดาลใจ คอยผลักดันให้เราพัฒนาตัวเองแม้ในยามที่เราหลงทางหรือหาทางไปต่อไม่ได้ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้ก็จะช่วยให้เราหาทางออกที่ใช่ได้ในที่สุด

📌 ยิ่งการจะริเริ่มทางเดินใหม่ในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย จะให้เดินไปคนเดียวมันก็ออกจะเกร็งๆ อยู่สักหน่อย การมีเมนเทอร์ร่วมทางไปเป็นไกด์คอยนำจะช่วยให้เราไม่ต้องไปผจญอันตรายที่ไม่จำเป็นระหว่างทาง จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ผู้ที่เริ่มคิดอยากจะลงทุนหรืออยากเริ่มทำธุรกิจ Start Up ของตัวเองควรมีเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญในวงการนั้นมาคอยช่วย

should i have mentor

📈 แต่ช้าก่อน ก่อนจะเริ่มหาเมนเทอร์ส่วนตัวทันที มี 5 ข้อที่ Adaptivity อยากแนะนำให้พอเห็นภาพว่า แล้วเราจะได้อะไรบ้างจากการมีเมนเทอร์กันนะ?

1. หาไม่ได้ อย่าเพิ่งฝืน

เริ่มแรก การหาเมนเทอร์ควรมาจากแพสชั่นของเราเป็นจุดตั้งต้น อาจมาจากตอนที่กำลังคุยกันใน Networking event หรือการพูดถึงหัวข้อทางธุรกิจก็ได้ จะต้องมีบางสิ่งบางอย่างที่จุดประกายให้เราเห็นถึงความรู้ ความสามารถ รวมถึงความสนใจของเมนเทอร์คนนั้น เพราะเมนเทอร์แต่ละคนเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านก็จริง แต่ถ้ามีความสนใจที่ต่างกันกับเราก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ ดังนั้น ถ้ายังหาไม่ได้ก็อย่าเพิ่งรีบร้อนไป การเริ่มต้นหาเมนเทอร์ที่ใช่จึงอาจใช้เวลาสักหน่อยในตอนแรก แต่ก็ดีกว่าต้องมาเริ่มต้นกับเมนเทอร์คนใหม่บ่อยๆ แน่นอน

2. ถามให้ตรงประเด็นที่อยากรู้

อย่าลืมว่าเมนเทอร์คือผู้เชี่ยวชาญในด้านที่เราต้องการรู้ การตั้งคำถามให้ชัดเจนถึงสิ่งที่เราสงสัยหรือยังหลงทางนิดๆ จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาอันมีค่าไปโดยไม่ได้อะไรกลับมา อย่างน้อยก็ทำให้เมนเทอร์เห็นชัดเจนว่าเราต้องการให้ช่วยแนะนำด้านไหน มีสกิลอะไรที่เราอยากเรียนรู้ หรือต้องการประสบการณ์ของเมนเทอร์มาเพื่อช่วยพัฒนาความคิด การตัดสินใจของเรา

3. ชัดเจนกับสิ่งที่เรามี

การมีเมนเทอร์คอยแนะนำไม่ใช่การรับข้อมูลหรือคำแนะนำอยู่เพียงฝ่ายเดียว แต่เราในฐานะผู้ได้รับคำแนะนำนั้นควรจะแสดงให้เห็นว่าเราก็สามารถเป็นฝ่ายให้อะไรแก่เมนเทอร์ได้เช่นกัน อย่าเพิ่งคิดว่าเราเป็นเพียงมือสมัครเล่นในสนามที่ไม่น่ามีอะไรไปแลกเปลี่ยนกับความเก๋าเกมของเมนเทอร์ บางทีเราอาจจะเป็นคนแนะนำโอกาสใหม่ๆ ให้กับเมนเทอร์ของเราผ่านคอนเนคชั่นทางธุรกิจที่มีก็เป็นได้

4. ยิ่งมากคน ยิ่งมากประสบการณ์

ในรายการ The Face ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเลือกว่าจะอยู่ทีมใคร แต่สำหรับเราไม่จำเป็นต้องเลือก การมีเมนเทอร์มากกว่าหนึ่งคนนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะเมนเทอร์แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญต่างกัน ไม่ต้องพูดถึงความสามารถ สกิลเด่นๆ ที่เราสนใจอยากจะมี ประสบการณ์ รวมทั้งสไตล์ในการถ่ายทอดให้กับเรา ยิ่งมีเมนเทอร์หลายคนที่เก่งในด้านที่ต่างกันก็ยิ่งช่วยให้เราพัฒนาได้ตรงจุด

5. เปิดโอกาส เปิดใจ

เพราะโอกาสในการเจอเมนเทอร์ที่ใช่อาจมาตอนที่เราเดินซื้อของในห้าง ไปยิม หรือนั่งในสนามบิน เพียงเราเปิดใจให้กับการทำความรู้จักผู้คน ไม่ใช่แค่โอกาสสำหรับการหาคนมาเป็นเมนเทอร์ประจำตัวอย่างเดียว แต่เป็นโอกาสในการเริ่มลงทุน หาพาร์ทเนอร์ทำธุรกิจ หรือแม้แต่การหาเพื่อนใหม่ จงเปิดหูเปิดตาให้กว้าง และเปิดใจในการมองคน ใครจะไปรู้ คนที่นั่งข้างๆ บนเครื่องบินอาจเป็นเมนเทอร์คนที่เรากำลังมองหาอยู่ก็ได้

📍Adaptivity มี 'เมนเทอร์' ผู้เชี่ยวชาญด้าน 'ทักษะดิจิทัล' คอยให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่อยากพัฒนาตัวเอง หรืออยากย้ายสายมาทำงาน 'ด้านดิจิทัล' ที่กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน

📢 เริ่มต้นด้วยการลองทำ แบบทดสอบวัดระดับทักษะดิจิทัล เพื่อประเมินความถนัดของคุณได้เลย

ที่มา: Forbes

About the Author

  • A part-time word slinger for digital contents. Enjoys reading, strolling around and exploring cafes. Currently an intern at Adaptivity.

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

thไทย