จะโดน AI แย่งงานไหม? เสี่ยงแค่ไหน อาชีพไหนได้ไปต่อ?

Risk of Replacement AI

จะโดน AI แย่งงานไหม? เสี่ยงแค่ไหน อาชีพไหนได้ไปต่อ?

Kai Fu Lee ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ได้คาดการณ์ว่าการแทนที่ของ AI ในอาชีพต่างๆ (Risk of Replacement) จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะปัจจัยทางเทคโนโลยีต่างๆ ที่พัฒนาก้าวหน้าอย่างฉับไว และสามารถนำไปใช้ที่ไหนก็ได้ทั่วโลก

การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งก่อนๆ นั้น เกิดจากการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มาในรูปแบบของเครื่องจักรและหุ่นยนต์ซึ่งเป็น Hardware เป็นหลัก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะนวัตกรรมเหล่านี้ใช้เวลาผลิตและขนส่งช้า

แต่การปฏิวัติอุสาหกรรมยุคดิจิทัล 4.0 ในปัจจุบัน นอกจากเทคโนโลยีการผลิต Hardware จะรวดเร็วยิ่งขึ้นแล้ว Artificial Intelligent (AI) และ Machine Learning (ML) ยังถือเป็น Software ที่สามารถส่งต่อไปยังที่ไหนในโลกก็ได้และพร้อมใช้งานทันที
________________

สำหรับ "อาชีพใช้แรงงาน" ในการทำงาน Kai Fu Lee มองว่า เรื่องมนุษย์สัมพันธ์, ความละเอียดอ่อน และความคงที่ของสภาพแวดล้อม คือ ปัจจัยที่จะสามารถเป็นตัวบอกได้ว่าอาชีพไหนจะถูกแทนที่ด้วย AI โดยได้แบ่งความเสี่ยงออกเป็น 4 กลุ่มดังนี้
________________

1. Human Veneer (โซนอันตรายน้อย) : มีความเสี่ยงที่จะโดนแย่งงานโดย AI แต่ไม่ใช่ในเร็วๆ นี้ เช่น พนักงานเสริฟ, บาริสต้า, บาร์เทนเดอร์, พนักงานต้อนรับโรงแรมหรู เพราะ อาชีพเหล่านี้เป็นอาชีพที่ต้องใช้มนุษย์สัมพันธ์สูง แต่ไม่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนเยอะ และมีสภาพแวดล้อมในการทำงานคงที่เหมือนๆ เดิม

มนุษย์สัมพันธ์ถือเป็น Soft Skill ของมนุษย์ที่ลึกซึ่งและละเอียดอ่อน และแน่นอนว่า AI นั้นยังสามารถพัฒนาเพื่อทำความเข้าใจ และแสดงออกความรู้สึกถึง Empathy ระหว่างมนุษย์ได้เท่ากับมนุษย์ด้วยกัน แต่อย่างไรก็ตามอาชีพเหล่านี้อาจจะถูก Disrupt โดย AI ได้อย่างรวดเร็วก็ได้ หากมนุษย์ให้ความสำคัญกับเรื่องมนุษย์สัมพันธ์น้อยลง
________________

2. Safe Zone (โซนปลอดภัย) : อาชีพที่อยู่ในโซนปลอดภัย เช่น ช่างตัดผม, นักกายภาพบำบัด,พยาบาลดูแลผู้สูงอายุ และคนฝึกสุนัข เพราะ เป็นอาชีพที่ต้องใช้มนุษย์สัมพันธ์สูง ความละเอียดอ่อนสูง และมีสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่คงที่

จะเห็นได้ว่าอาชีพที่อยู่ในโซนปลอดภัยนั้นต้องต้องใช้ Soft Skills สูงมาก และต้องมีความเข้าใจเรื่องมนุษย์เป็นอย่างดี เพราะ มนุษย์มีความแตกต่างกันในด้านความชอบ และมีอารมณ์ที่ AI ยากที่จะเข้าใจ และ AI ไม่สามารถทำงานในสภาพแวดล้อมที่ไม่คงที่ได้ดีเท่ามนุษย์ เช่น ช่างตัดผมต้องเจอกับลูกค้าที่มีหน้าตา สไตล์ ความชอบที่แตกต่างกัน และมีความ Unique ซึ่ง AI ยังไม่สามารถเข้าใจได้, ความต้องการและอารมณ์ของผู้สูงอายุที่มีความซับซ้อนและหลากหลาย, การทำกายภาพบำบัดที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะที่ทำได้แต่ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถทำงานและตัดสินใจได้อย่างยืดหยุ่น
_________________

3. Danger Zone (โซนอันตรายมาก) : อาชีพที่มีความเสี่ยงสูงมากที่จะโดน AI แย่งงานในอนาคตอันใกล้ เป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้มนุษย์สัมพันธ์, ไม่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน และมีสภาพแวดล้อมในการทำงานคงที่ เช่น พนักงานล้างจาน, พนักงานขับรถบรรทุก, พนักงานแคชเชียร์, พนักงานเย็บปักเสื้อผ้า, พนักงานเก็บผลไม้, พนักงานตรวจสอบคุณภาพไลน์ผลิต

จะเห็นว่างานที่ไม่ต้องใช้ Soft Skills และเป็นงานรูทีน Routine เดิมๆ ซ้ำๆ มีแนวโน้มว่าจะถูก AI และเครื่องจักรแย่งงานสูงมาก เพราะเป็นงานที่ไม่ต้องทำงานโดยมีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ และไม่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน แต่ต้องใช้ความละเอียดถี่ถ้วนในการทำให้สมบูรณ์ 'เหมือนเดิม' ทุกครั้ง ซึ่งตรงนี้ AI สามารถทำได้ดีกว่ามนุษย์
_________________

4. Slow Creep (โซนอันตรายปานกลาง) : อาชีพที่มีความเสี่ยงที่จะถูก AI แทนที่แต่ยังไม่ใช้เร็วๆนี้ เช่น แม่บ้าน, ช่างประปา, คนขับแทกซี่, คนงานก่อสร้าง, พนักงานรักษาความปลอดภัย, ช่างกล เพราะ อาชีพเหล่านี้ต้องใช้มนุษย์สัมพันธ์ต่ำ แต่ต้องใช้ความละเอียดอ่อน และมีสภาพแวดล้อมในการทำงานไม่คงที่

จะเห็นได้ว่าอาชีพที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนสูง และมีความเป็น Multitasking ที่สามารถทำหลายๆ อย่างในคนเดียวนั้น AI ยังไม่สามารถทำได้ดีเท่ามนุษย์ ยังไม่มีหุ่นยนต์ตัวไหนมีความแม่นยำที่จะทำความสะอาดเอี่ยมได้ในทุกบริเวณทุกซอกทุกมุมได้เท่ากับแม่บ้าน, ยังไม่มีหุ่นยนต์ AI ตัวไหนที่ยืดหยุ่นและสามารถทำงานก่อสร้างได้ทุกอย่างตั้งแต่ ฉาบปูน ก่ออิฐ ยาแนว เชื่อมเหล็ก ตัดไม้ ได้เหมือนกับช่างก่อสร้าง, ยังไม่มีหุ่นยนต์ AI ตัวไหนที่สามารถตรวจตา สังเกตการณ์ วิ่งไล่จับผู้ร้าย ได้เหมือน รปภ. ถึงแม้ว่าจะมี CCTV เข้ามาช่วยแล้วก็ตาม
_________________

จะเสี่ยงมากเสี่ยงน้อยก็อย่างเพิ่งชะล่าใจไป เพราะเทคโนโลยีพัฒนาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาหากไม่พัฒนาตัวเองด้วยการ Upskill / Reskill ให้เท่าทันยุค แน่นอนว่าสักวัน AI จะเข้ามาแทนที่และขับเราออกจากตำแหน่งงานที่ทำงานอยู่แน่นอน

หากใครอยากทราบว่ามี 'ทักษะดิจิทัล' เท่าไหร่แล้ว เสี่ยงไหมที่จะโดน AI แย่งงานให้ลองทำ Digital Adaptivity Assessment เพื่อรับผลคะแนนประเมินความสามารถกันได้ฟรีๆ คลิ๊กที่นี่

และถ้าหากยังไม่แน่ใจ ก็สามารถกด 'จองเวลา' เพื่อคุยปรึกษาเพิ่มเติมกับเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญของ Adaptivity กันได้อีกด้วย
___________________
Source: Think Future : AI Superpowers, China, Silicon Valley, and the New World Order

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

thไทย