เตรียม Resume ยังไงให้ได้งานสาย Data

ในปัจจุบันงานสายดิจิทัล จะเน้นไปที่ประสบการณ์และความสามารถในการทำงานเป็นหลัก มากกว่าที่จะโฟกัสไปที่ใบปริญญา ซึ่งทักษะดิจิทัลนั้นสามารถเรียนรู้ได้ในระยะเวลาสั้น ผ่านคอร์สออนไลน์ที่มีมากมายบนโลกอินเตอร์เน็ต

ความรู้สายดาต้า-ข้อมูล (Data) นั้นยังไม่เป็นที่แพร่หลายและยังมีผู้เชี่ยวชาญไม่มากในประเทศไทย ทำให้มีตำแหน่งงานว่างเยอะและมีความต้องการแรงงานสาย Data ค่อนข้างสูง ฉะนั้นถ้าอยากย้ายงานไปทำงานที่จะให้คุณไม่ตกงานไปอีก 10-20 ปีข้างหน้า งานสาย Data นั้นเป็นตัวเรื่องที่น่าสนใจ เพราะไม่ว่าบริษัทไหนในโลกก็ต้องการตัว

Data Resume Head

แล้วถ้าอยากทำงานงานสาย Data ต้องเริ่มยังไง? ต้องเตรียม Resume ยังไงให้ได้งาน?

หลังจากนั้นลองศึกษา Job Description ของงานสาย Data ที่เราอยากทำจากหลายๆ แหล่ง และนำมาเปรียบเทียบกันว่าแต่ละบริษัทต้องการสกิลอะไรบ้างและใช้ Tools อะไรในการทำงาน แล้วเราก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติมและเรียนรู้สิ่งเหล่านั้นให้ครบ ซึ่งวันนี้ Adaptivity ได้รวบรวมมาให้แล้ว ไปดูกันเลย . . .

งานสาย Data แบ่งออกเป็นตำแหน่งงานใหญ่ๆ 3 สายคือ

Data Analyst

1. นักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) = Data Communication

คือ ผู้ที่นำ Data มาหา Insight ย่อยข้อมูล และสร้าง Dashboard หรือ Report ข้อมูลเพื่อให้นำมาใช้ต่อได้ในเชิงทางธุรกิจ เชิง Marketing หรืออื่นๆ เพื่อให้บริษัทได้กำไรสูงสุด, และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น นักวิเคราะห์ข้อมูลจะสรุปข้อมูลที่ซับซ้อนให้เป็นข้อสรุปอย่างง่าย เป็นแผนภาพ Visualization เพื่อที่จะนำมาใช้ได้ตามบริษัทต้องการ สามารถทำงานได้ในบริษัทต่างๆ เช่น ด้านการเงิน, การตลาด, สุขภาพ และโรงงาน เป็นต้น

คุณสมบัติที่ต้องมี :
- เข้าใจแนวคิดในด้านธุรกิจ (Business Domain)
- การทำวิเคราะ์และทำแผนภาพสรุป (Data Visualization)
- สามารถใช้เครื่องมือทางสถิติ เช่น SPSS, Microsoft Excel, Stata
- สามารใช้เครื่องมือวิเคราะห์และแสดงผลข้อมูล: Tableau, Power BI, Google Data Studio
- ใช้ภาษา เช่น SQL, Python, R ฯลฯ

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ : 25,000-45,000 บาท

Data Scientist

2. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist) = Data Modeling

คือ "นักสถิติที่เขียน Code ได้" เป็นผู้ที่นำ ข้อมูลมาสร้างเป็นโมเดล เพื่อสร้างสิ่งที่เลียนแบบจากข้อมูลต่างๆ ที่ได้มา ออกมาหา Pattern ในการทำนายผลต่างๆ เช่น พยากรณ์อากาศ และพยากรณ์เทรนของตลาด เป็นต้น นักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะเก็บรวบรวม, แปลผล และนำเสนอข้อมูล เพื่อทำให้บริษัทสามารถตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลจะสามารถทำงานได้ทั้งในบริษัทต่างๆ เช่น สายไอที (IT), สุขภาพ, การตลาด, การเงิน และธุรกิจการค้า เป็นต้น

คุณสมบัติที่ต้องมี :
- มีความรู้ด้านคณิตศาสตร์ เช่น สถิติ, สมการ, แคลคูลัส, พีชคณิต ฯลฯ
- ความรู้ด้าน Artificial Intelligent และ Machine Learning
- ใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับ Big Data เช่น Hadoop และ Spark
- ใช้ภาษา เช่น SQL, R, Python, Scala, Go ฯลฯ

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ : 30,000-50,000 บาท

Data Engineer

3. วิศวกรข้อมูล (Data Engineer) = Data Storage

คือ ผู้ที่มีหน้าที่เตรียมข้อมูล ต่อท่อลำเลียงข้อมูล สร้างที่เก็บข้อมูล เช่น ฐานข้อมูล (Database), คลังข้อมูล (Data Warehouse), ทะเลสาปข้อมูล (Data Lake) นำข้อมูลเอามาเข้ากระบวนการมาทำความสะอาด (Data Cleaning) และนำข้อมูลมาจัดเก็บเอาไว้ให้พร้อมที่จะนำไปใช้ได้

คุณสมบัติที่ต้องมี :
- ความรู้ด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software Engineering): SDLC
- ความรู้ด้านการจัดการ Database, Data Warehouse, Data Lake
- ความรู้ด้าน Machine Learning และ Cloud Computing
- ใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับ Big Data เช่น Hadoop, Kafka, Spark
- ใช้ภาษา เช่น SQL, Python, Unix ฯลฯ

เงินเดือนเริ่มต้นประมาณ : 30,000-50,000 บาท

สุดท้ายลองค้นหาผู้เชี่ยวชาญด้าน Data และทักไปสอบถามข้อมูลที่อยากรู้เพิ่มเติม วันนี้ Adaptivity มีกลุ่ม Facebook สาย Data มาแนะนำได้แก่ : Thai Data Scientists & Data Analysts & Data Engineers ซึ่งเป็นกลุ่มที่แลกเปลี่ยนความรู้สายงาน Data โดยเฉพาะ รับรองว่าได้แนวทางเพื่อพัฒนาทักษะเพิ่มเติมแน่นอน

Source : Indeed, DataTH, Adecco

About the Author

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish