ห้องเรียนยุค 4.0 ? : “กระดานดำกับฝุ่นชอล์กในยุคดิจิทัล”

Classroom Blackboard
ห้องเรียนยุค 4.0 ? :"กระดานดำกับฝุ่นชอล์ก ในยุคดิจิทัล"
.
25 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็น "วันประถมศึกษาแห่งชาติ" วันนี้ Adaptivity จะพาไปสำรวจโรงเรียนกัน
.
ในโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) พัฒนาไปไกลจนขนาดที่ว่าทุกคน แม้กระทั่งนักเรียนประถมก็มีมือถือสมาร์ทโฟน ไอแพต สามารถหาข้อมูลอะไรก็ได้มากมายบนโลก Google ด้วยการคลิ๊กเพียงไม่กี่ครั้ง อินเตอร์เน็ตและจอภาพได้เข้ามามีบทบาทในการเรียนรู้เรื่องต่างๆ ของมนุษย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...
.
การนำเทคโนโลยี Augmented Reality (AR), Virtual Reality (VR) และ ระบบจำลอง (Simulation) เข้ามาใช้ในการเรียนการสอนเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้นักเรียนสามารถได้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สมจริงในการเรียนรู้ นอกจากนั้นการเรียน Online ผ่าน Zoom ก็ได้เข้ามามีบทบาทในการเรียนการสอนมากขึ้นเนื่องจาก Covid-19 และ Lockdown เข้ามาเป็นตัวเร่งที่ให้การศึกษาปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีอย่างเฉียบพัน
.
แล้วโรงเรียนในไทยหละ ปรับตัวไปแล้วอย่างไรบ้าง?
.
ตั้งแต่จำความได้ "ห้องเรียน" ที่รุ่นพ่อแม่เราเรียนมา แทบไม่แตกต่างไปจากห้องเรียนในรุ่นปัจจุบัน คือ มีโต๊ะ เก้าอี้ไม้เก่าๆ ของนักเรียน มีครูสอนอยู่หน้าห้อง และสิ่งที่โรงเรียนหลายๆ ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ นั่นก็คือ กระดานดำและชอล์ก!
.
จะมีก็ไม่กี่โรงเรียนที่ได้มีความพยายามนำเทคโนโลยีมาใช้เป็นสื่อการสอน เช่น มีการใช้คอมพิวเตอร์เชื่อมต่อกับโปรเจคเตอร์, มีจอทีวีไว้ใช้เพื่อที่จะสอนนักเรียนโดยไม่ต้องเขียนกระดาน ซึ่งโรงเรียนเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นโรงเรียนของ "คนมีตังค์" ทั้งสิ้น ซึ่งสะท้อนถึงความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
.
ข้อดีของการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาก็คือ ความสะดวกรวดเร็วในการสอน เพราะไม่ต้องเสียเวลามานั่งจดโจทย์ เขียนข้อมูลซ้ำซากลงบนกระดาน, สามารถส่งต่อข้อมูลผ่านรูปภาพ ผ่านวิดีโอ เพลงหรือเกมส์ ซึ่งถือเป็นสื่อการสอนที่กระตุ้นการเรียนรู้ เปิดมุมมองโลกของนักเรียน เป็นต้น
.
พูดได้เต็มปากว่าทุกคนที่กำลังอ่านอยู่ก็เคยเห็นหรือประสบพบเจอโรงเรียนที่ "อนุรักษ์ของเก่า" อย่างที่ได้กล่าวมา แล้วก็คำถามที่น่าสนใจก็เกิดขึ้นว่า "ห้องเรียนกระดานดำยังใช้ได้ไหมกับโลกยุคดิจิทัล?"
.
คำตอบง่ายๆ ก็คือ "ใช้ได้" แต่มันล้าหลัง ไม่ทันต่อโลก "4.0" ของนักเรียนในยุคนี้อีกต่อไปแล้ว
.
โลกาภิวัตน์ (Globalization) และเทคโนโลยีดิจิทัล พัฒนาไปไกล ข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่น่าสนใจเต็มไปหมด แต่ช่องทางในการเผยแพร่อยู่แค่บนกระดานดำนั้นมันไม่เวิร์คอีกต่อไป
.
การปรับตัวของโรงเรียนและครูในโลกยุคดิจิทัล เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต้องหันมาให้ความสนใจ หากรัฐและโรงเรียนเห็นถึงปัญหาและเข้ามาพัฒนาช่องโหว่ของการศึกษาตรงนี้ ก็จะทำให้ "อนาคตของชาติ" สามารถที่จะเข้าถึงเทคโนโลยีทางการศึกษาที่ดีได้อย่างเท่าเทียมและเสมอภาคกัน
.
นอกจากความรู้ในห้องเรียนแล้ว "ทักษะยุคดิจิทัล" ก็สำคัญและควรให้ความสนใจ เนื่องจากโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว หากเรายังเรียนรู้ด้วยวิธีเก่าๆ อย่างเดียว เราก็จะได้สกิลแบบเก่าๆ ที่อาจจะไม่สามารถเติบโตไปในตลาดแรงงานที่เป็นที่ต้องการในอนาคต
.
Adaptivity มีบททดสอบ "Digital Adaptivity Assessment" มาให้ทุกคนลองทำกันฟรีๆ เพื่อวัดระดับ ทักษะดิจิทัลที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา ที่นี่ คลิ๊ก : http://bit.ly/adaptivityassessment
.
หลังจากทำเสร็จยังสามารถ "กดจองเวลา" เพื่อคุยกับ Mentor ของเราที่พร้อมที่จะรับฟังปัญหาและให้คำแนะนำถึงแนวทางในการพัฒนาทักษะดิจิทัลของแต่ละคนให้ดียิ่งขึ้นแบบฟรีๆ อีกด้วย

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish