คำสั้นๆ ว่า ‘ไม่’ ทำไมพูดยากจัง? – How to say NO at work!

น้องๆ ช่วยพี่ทำอันนี้หน่อย ! น้องๆ อันนี้ทำยังไง ทำให้หน่อยได้ปะ?

เกิดมาเป็นคน 'Multi-Task' เก่งรอบด้าน ใครๆ ก็อยากเรียกใช้ - ใครๆ ก็ต้องการตัว !!

คนไทยขี้เกรงใจและปฏิเสธคนอื่นไม่ค่อยเป็น เพราะ กลัวว่าเขาจะโกรธ เขาจะไม่ชอบขี้หน้า และไม่เติบโตในสายงาน . . .

แต่ถ้าไม่รู้จัก 'ปฏิเสธ' ให้เป็น แล้วตอบว่า "ได้ครับ ได้ค่ะ" แบกรับงานทุกอย่างมาไว้ที่ตัวเองเยอะๆ ก็จะทำให้ 'ไฟไหม้' ทำงานไม่ทัน Deadline แถมยังทำให้เกิดอาการเครียดสะสมที่อาจจะส่งผลต่อการ Burnout ถ้าบริหารจัดการเวลาไม่ดี แถมยังไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นที่อยากจะทำนอกจากงานๆๆ

คิดว่าทุกคนเคยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ 'กลืนไม่เข้าคายไม่ออก' รู้สึกลำบากใจเมื่อต้องปฏิเสธใครสักคนในที่ทำงาน และอาจจะเคยถูกหาว่า 'เห็นแก่ตัวหรือไร้น้ำใจ' แต่อย่าโทษตัวเองจนเกินไป และพิจารณาดูว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่นั้น คือ 'น้ำใจหรือกำลังถูกใครๆ เอาเปรียบ' ??

How to say NO at work

เมื่อไหร่ที่ควรปฏิเสธ ??

: จะปฏิเสธตลอดก่อนไตร่ตรองให้ดีก็ไม่ใช่ เพราะบางทีโอกาสดีๆ อาจจะถูกหยิบยื่นมาให้เราก็ได้

1. ดูก่อนว่าอะไรสำคัญสุด (Focus on what matters most)

ลองจัดลำดับความสำคัญ (Prioritize) และประเมินดูก่อนว่างานที่ถูกโยนให้ทำนั้นเป็นอย่างไร? ลองถามตัวเองดูว่างานนั้นๆ มีความสำคัญกับเราแค่ไหน มีโอกาสที่จะทำให้เราเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และเจริญเติบโตมากขึ้นหรือไม่?

ถ้ารู้สึกว่ามัน 'ใช่' ก็ตอบรับงานนั้น แต่ถ้ารู้ว่าไม่มันไม่ใช่งานของเราหรือไม่ถนัด ทำได้ไม่ดีในงานๆ นั้นๆ การตอบ 'ปฏิเสธ' ไปก็ไม่ใช่เรื่องผิด

2. ชั่งน้ำหนักความเครียดที่จะเกิดขึ้น (Weight the yes-to-stress ration)

ลองดูงานที่ตัวเอง 'ถืออยู่ในมือก่อน' ว่ามีเยอะเกินหรือยัง? ประเมินระดับความเครียดของตัวเองดูว่า ถ้าได้รับงานใหม่มาเพิ่มจะทำให้เราเครียด กดดัน แล้วจะทำทั้งหมดนั้นทันหรือไม่?

ถ้าเป็นงานสั้นๆ รับมาแล้วชิวๆ สบายๆ ไม่ได้กระทบงานที่มีอยู่มากนัก การรับงานมาก็จะทำให้เราพัฒนามากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นงานยาวๆ ต่อเนื่องหลายๆ เดือน ก็ต้องดูด้วยว่าเราจะทนความเครียดนั้นได้มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะถ้างานนั้นไม่ใช่หน้าที่หลักของเรา

3. ถอด 'ความรู้สึกผิด' ออกจากสมการ (Take guilt out of the equation)

อย่ารู้สึกผิดเวลาปฏิเสธงาน เพราะ จะทำให้เกิดความเครียดเพิ่มขึ้นแล้วทำให้การทำงานไม่สนุกอีกต่อไป จำไว้ว่าจริงๆ แล้วไม่มีใครเก่งรอบด้านไปซะทุกอย่าง การปฏิเสธงานที่ตัวเองไม่ถนัดไม่ได้แปลว่าคุณเห็นแก่ตัว

ยิ่งถ้าเป็นการขอร้องให้ทำงานที่คุณไม่ได้รับผิดชอบ คุณก็ต้องตอบปฎิเสธ พร้อมอธิบาย เหตุผลประกอบว่าทำไมคุณถึงไม่สามารถช่วยได้

4. ขอเวลาคิดก่อนตอบรับ (Sleep on it)

การให้เวลากับตัวเองในการคิดพิจารณาไตร่ตรองก่อนตอบรับงานใหม่ๆ จะช่วยให้มองเห็นตัวเองได้รอบด้านมากยิ่งขึ้น การขอเวลากลับไปนอนคิดสักคืนอาจจะทำให้คุณได้คำตอบที่ชัดเจนมากขึ้น เพราะฉะนั้นอย่าปากไวใจเร็ว ตอบรับอะไรโดยที่ไม่ได้คิดให้ดีก่อน

5 วิธีการปฏิเสธงานแบบ Professional

1. ปฏิเสธตรงๆ (Say No)

ถ้าคิดว่าทำไมไม่ได้ งานเยอะเกินตัวแล้ว ไม่ไหวจริงๆ ควรตอบว่า 'ไม่' ตั้งแต่แรกไปเลย !!

คำว่า 'ไม่' มีความหมายที่มีพลังในตัวมันเอง ถ้าคุณยึกยักและปฏิเสธแบบครึ่งๆ กลางๆ เช่น ฉันไม่แน่ใจ, ฉันคิดว่าไม่น่าจะได้ ฯลฯ การตอบไปแบบนี้ อาจจะทำให้ผู้ฟังตีความว่า 'คุณสนใจ' และคุณอาจจะเปลี่ยนใจทีหลัง ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในคำตอบและทำให้เกิดปัญหาผิดใจกันได้ในภายหลัง

2. ปฏิเสธให้สั้นกระชับ (Be Brief)

บอกเหตุผลสั้นๆ ว่าทำไมคุณถึงตอบว่า 'ไม่' และต้องปฏิเสธ !!

ไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้า พูดอธิบายยืดยาว เยิ่นเย้อหลายนาที เพื่อหลีกเลี่ยงการตีความผิดๆ หรือฟังดูเหมือนข้อแก้ตัวในการปฏิเสธงาน เพราะฉะนั้นมีจุดยืนให้ชัดเจน ตั้งขอบเขตงานของตัวเอง และตอบปฏิเสธอย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วยข้อเท็จจริง

3. ปฏิเสธด้วยความจริงใจ (Be Honest)

อย่าโกหกเด็ดขาดเวลาปฏิเสธงาน เพราะไม่มีความลับใดในโลกที่จะซ่อนไว้ได้ตลอดไป

การปฏิเสธด้วยความจริงใจ ด้วยเหตุผลที่ตรงไปตรงมา จะช่วยทำให้คุณไม่ต้องมานั่งเครียดหรือหวาดระแวงว่าจะถูกจับได้ว่าโกหก เพราะถ้าถูกจับได้ทีหลังหรือความจริงไม่เป็นอย่างที่คุณพูด ก็จะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของคุณไม่ดี และหมดความน่าเชื่อถือ

4. ปฏิเสธด้วยความสุภาพ (Be Respectful)

เลือกใช้น้ำเสียงและการแสดงออกที่สุภาพนุ่มนวล อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาด

เพราะ ผู้คนที่เสนองานให้เรา มักจะมีความคาดหวังว่าจะได้คำตอบรับคำขอตามที่เขาคิดเสมอ !! หลีกเลี่ยงการประชดประชัน การโต้คารม พฤติกรรมก้าวร้าวที่อาจจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

5. กล้าที่จะปฏิเสธซ้ำๆ (Be Ready to Repeat)

คุณอาจจะ 'ถูกตื้อ' ซ้ำๆ ถูกร้องขอให้ทำงานนั้นๆ อยู่หลายครั้ง วนๆ จนกว่าเขาจะ 'ยอมรับ' คำปฎิเสธของคุณ

ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นสิ่งที่คุณทำได้ก็คือ ให้ใจเย็นๆ และ 'กดปุ่มซ้ำวนๆ ปฏิเสธวนไป' คุณต้องมีจุดยืดของตัวองที่ชัดเจน เป็นเหตุเป็นผล ต้องไม่ยอมแพ้และใจอ่อนตอบรับงานนั้นๆ ทั้งๆ ที่คุณไม่อยากทำ เพราะ มันจะยิ่งทำให้คุณกดดันและทำมันออกมาได้ไม่ดี

ถึงแม้จะต้องตอบ 'ปฏิเสธ' Say No แต่ก็ควร 'ขอบคุณ' สำหรับโอกาสที่คนอื่นหยิบยื่นทุกครั้ง เพราะ ในอนาคตคนเหล่านั้นอาจจะหยิบยื่นโอกาสใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับคุณมาให้อีกก็ได้ เพราะ ฉะนั้นจงเปิดประตูบ้านให้กว้างไว้ โอกาสดีๆ มาเมื่อไหร่จะได้ไม่หลุดมือ !!

Source : Mayo Clinic , INC

About the Author

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish