“เกษตรกร” แห่งโลกอนาคต : Future Farmer

👩‍🌾 [ภาพรวม] :

100 ปีก่อน การทำเกษตรกรรมนั้นทำเพื่อการดำรงค์อยู่ของมนุษย์ในการกินและใช้ภายในครัวเรือน โดยอาศัยสัตว์ เช่น ช้าง, ม้า, วัว, ควาย ในการช่วยดำเนินกิจกรรมทางการเกษตร ในปัจจุบันระบบทุนนิยมและเทคโนโลยีได้เข้ามาดิสรัปต์ (Disrupt) ทำให้เกษตรกรผู้ใช้แรงงานย้ายงานไปทำอย่างอื่นกันมากขึ้น การนำเครื่องจักรมาเป็นตัวช่วยในการทำงานทำให้ได้ผลผลิตจำนวนมหาศาลและใช้แรงงานมนุษย์น้อยลง

"อาชีพเกษตรกรจะไม่หายไป แต่จะเปลี่ยนรูปแบบไปใช้เทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น"

Future Farmer

🔮 [อนาคต] : Future Farmer

1. เครื่องจักรและหุ่นยนต์ (Robot & Machine)

การเข้ามาของเครื่องจักรและการกระจายแหล่งไฟฟ้าไปได้ทั่วทุกที่ ทำให้รูปแบบของการทำการเกษตรเปลี่ยนแปลงไปและได้มีการนำเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์เก็บเกี่ยวผลผลิต (Autonomous Pickers), รถไถควายเหล็ก (Tractor) และ หุ่นยนต์สำหรับฟาร์ม (Farming Robot) และเครื่องจักรอื่นๆ เข้ามาช่วยทุนแรง ตั้งแต่การหยอดเมล็ดพันธุ์, กำจัดศัตรูแมลงพืช, กำจัดวัชพืช, เก็บเกี่ยวผลผลิต และตรวจสภาพพื้นที่การเกษตร ทำให้เกษตรกรสามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้น และยังลดการใช้สารเคมีในกระบวนการผลิตได้อีกด้วย

2. ฟาร์มอัจฉริยะ (Smart Farming)

การบริหารจัดการฟาร์มในรูปแบบใหม่ๆที่เรียนว่า 'ฟาร์มอัจฉริยะ' โดยการใช้เทคโนโลยีจากสาขาอื่นๆ เข้ามาช่วย ได้เริ่มมีการนำมาใช้มากขึ้นในปัจจุบัน และจะนำมาใช้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้ เช่น โดรน (Drone), การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics), อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (Internet of Things), การเกษตรแม่นยำสูง (Precision Agriculture), นานาเทคโนโลยี (Nanotechnology), ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence), การปลูกและแชร์แบ่งปันอาหารร่วมกัน (Food Sharing/Crowd Farming) และบอล์กเชน (Blockchain)
.
สามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Smart Farming ได้ที่นี่

3. เทคนิควิธีการใหม่ๆ (New Techniques)

กระบวนการผลิตด้วยเทคนิคใหม่ๆ ในสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากเทคโนโลยี เช่น การปลูกพืชแบบไฮโดรโปรนิกส์ใช้น้ำแทนดิน (Hydroponic) และในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็นการปลูกพืชในทะเลทราย (Desert Agriculture) และการปลูกพืชโดยใช้น้ำทะเล (Seawater Farming) เป็นต้น

4. เทคโนโลยีใหม่ๆ (New Technologies)

ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการพัฒนาผลผลผลิตทางการเกษตรที่กระทบห่วงโซ่อาหารและสภาพแวดล้อมน้อยลง เช่น ฟาร์มแนวตั้ง (Vertical/Urban Farming) ทำให้ประหยัดพื้นที่ในการเพาะปลูกและสามารถทำได้ในเมืองใหญ่ ในอนาคตอันใกล้ฟาร์มจะย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองมากยิ่งขึ้น โดยจะเป็นระบบฟาร์มปิดที่สามารถควบคุมปัจจัยต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะสามารถช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและโลกร้อน ช่วยลดระยะเวลาในการขนส่งและสามารถผลผลิตได้ตามความต้องการของมนุษย์

การดัดแปลงพันธุกรรม (Genetic Modification) ทำให้พืชสามารถทนทานต่อสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดีขึ้น ทำให้ผลผลิตนั้นเต็มประสิทธิภาพเป็นไปตามที่ต้องการ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดได้แก่ CRISPR การใช้แบคทีเรียในการเข้าไปพัฒนาเพื่อให้พืชสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาและปรับปรุงยีนส์ของพืชให้ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนอาหารในอนาคต เช่นเดียวกับ การผลิตเนื้อจากการเพาะเซลล์ในห้องแล็บ (Cultured Meats) เป็นต้น

ตัวอย่าง Video การทำฟาร์มในอนาคต :

"ทุกการเปลี่ยนแปลง มีโอกาสใหม่ๆ ให้คนที่แสวงหามันเสมอ" - #Adaptivity

About the Author

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish