สายงานบริหาร (Management)

📍 การบริหารโครงการ คือ การประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ เครื่องมือ ในการทำให้โครงการประสบผลสำเร็จ ภายใต้ทรัพยากรที่กำหนดไว ต้องอาศัยความสามารถในการบริหารประสานงานและทำงานร่วมกับคนอื่น ซึ่งการบริหารจัดการโครงการที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มโอกาสให้โครงการต่างๆ ประสบความสำเร็จ

Management

ทำความรู้จักอาชีพสาย Management

📍 โครงการ (Project) คืออะไร?

“โครงการ” ไม่ใช่งานรูทีนที่ทำซ้ำ ๆ เหมือนเดิมทุกวัน โครงการมีความเป็นเอกลักษณ์และมีเวลากำหนดชั่วคราว มีจุดเริ่มต้นและจุดจบที่ชัดเจน

การเขียนซอฟต์แวร์เพื่อลดเวลาการทำงาน การสร้างสะพาน การเพิ่มยอดขายในตลาดที่เพิ่งเปิดใหม่ล้วนเป็นตัวอย่างของโครงงาน

ในหลาย ๆ ครั้ง การทำโครงการมีการประสานงานและทำงานร่วมกับคนที่ปกติเราไม่ได้ทำงานด้วย เช่น คนจากต่างแผนก ต่างบริษัท หรือต่างพื้นที่ แม้ว่าทุกคนในโครงการจะมีหน้าที่ตำแหน่งงานที่ไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกัน

การบริหารโครงการที่ไร้ประสิทธิภาพอาจจะทำให้

  • โครงการเสร็จล่าช้า
  • เกิดวามเสียหาย
  • มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
  • ไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้จนต้องล้มเลิกโครงการไป

ดังนั้นการบริหารจัดการโครงการจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มโอกาสให้โครงการประสบผลสำเร็จ

การบริหารโครงการ คือ การประยุกต์ใช้ความรู้ทักษะ เครื่องมือ ในการทำให้โครงการประสบผลสำเร็จภายใต้ทรัพยากรที่กำหนดไว้

📍 รูปแบบในการทำงาน :

การบริหารจัดการโครงการ (Project Management) มีแนวคิดการปฏิบัติหลายรูปแบบ แต่ 2 รูปแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Waterfall ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายตั้งแต่สมัยก่อน และรูปแบบ Agile ที่องค์กรสายเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพนิยมนำมาใช้งาน

Waterfall

  • การกำหนด Requirement/Specification ไว้ให้เรียบร้อย ในแผนทุกอย่าง แล้วค่อยลงมือปฏิบัติไปตามขั้นตอนที่ วางแผนเอาไว้
  • ตัวโปรดักส์จะได้ทีเดียวตอนจบโปรเจกต์
  • อำนาจการตัดสินใจ หน้าที่การติดต่อประสานงานกับลูกค้าจะตกอยู่ที่ Project Manager
  • เหมาะสำหรับโปรดักส์ที่ไม่ค่อยมีความเปลี่ยนแปลง เช่น งานก่อสร้าง

Agile

  • การวางแผนและกำหนดเป้าหมายในระยะสั้น ๆ ทำงานไปทีละนิด แล้วประเมินว่ามาถูกทางไหม ถ้าถูกค่อยไปต่อ
  • เน้นการทำงานเป็นทีมและตัดสินใจร่วมกัน ลูกค้าสามารถสื่อสารโดยตรงกับสมาชิคในทีมได้เลย ทำให้ประหยัดเวลา ในการทำงานและลดความผิดพลาดที่สามารถเกิดขึ้นได้
  • เหมาะกับ Technology Company มากกว่าเพราะถ้าเจอ ปัญหาหรือการเปลี่ยนแปลงของ Requirement จะสามารถรับมือได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า
  • หนึ่งในรูปแบบของ Agile ที่นิยมใช้คือ Scrum

Scrum

  • คือการทำงานที่ทุกคนในทีมช่วยกันรุมทำ
  • ไม่มี Project Manager แต่จะมี 3 ตำแหน่งสำคัญ คือ
  1. Product Owner: มีหน้าที่ประเมิน และจัดลำดับ ความสำคัญของ tasks ต่างๆ
  2. Scrum Master: มีหน้าที่อำนวยความสะดวก กำจัด อุปสรรค ทำให้ทีมทำงานได้อย่างราบรื่น
  3. Team: ประกอบไปด้วยคนจากตำแหน่งต่าง ๆ เช่น Designer, Programmer, Analyst, Tester มีรูปแบบการทำงานแบบ Self-Management ทีมสามารถทำงานตั้งแต่ต้นจนจบได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องข้ามแผนก
  • รูปแบบการทำงานของ Scrum มี 3 สิ่งที่น่าสนใจ ประกอบไปด้วย
  1. Backlog: คือ Tasks ที่ทีมต้องทำ หรือ Requirement ของลูกค้า Product Owner จะทำการเลือก tasks เข้าไปอยู่ใน sprint ตามลำดับ ความสำคัญ
  2. Sprint phase: ระยะเวลา 2-4 สัปดาห์ในการผลิต โปรดักตามที่ Product Owner กำหนด เมื่อจบ Sprint จะมีการประเมินผลงานกับ User หรือลูกค้า (Sprint Review) และอัพเดทความคืบหน้าของ Project
  3. Scrum Meeting: การประชุมประมาณ 10-15 นาที ทุกเช้า เพื่ออัพเดทกับทีมว่าเมื่อวานทำอะไร วันนี้จะทำอะไร และมีปัญหาหรือติดขัดอะไรตรงไหนไหม

📍 ความแตกต่างของ Product Manager กับ Project Manager

มีหลายคนสับสนระหว่าง Product Manager และ Project Manager โดยเฉพาะใน Technology Company สองตำแหน่งนี้อาจจะใช้ทักษะที่เหมือนกัน เช่น ความเป็นผู้นำและการบริหารจัดการเวลา แต่ว่าหน้าที่งานที่ต้องรับผิดชอบนั้นต่างกัน แม้จะมีความต่าง แต่ความต่างนี้ส่งเสริมซึ่งกันและกันและมีผลกับความสำเร็จระยะยาวขององค์กร

Product Manager

  • เน้นที่ทำอย่างไรให้สินค้าคงอยู่ในตลาดได้นานที่สุดและทำกำไรได้มากที่สุด
  • มีความเข้าใจตลาด คอยหาข้อมูลปัญหาหรือโอกาส เพื่อมาสร้างไอเดีย ทำกลยุทธ์กำหนดวิสัยทัศน์วางโร้ดแมป (Road Map) คิดฟีเจอร์และช่องทางการขายให้กับสินค้า
  • รับผิดชอบทุกอย่างเกี่ยวกับโปรดักส์ตั้ง แต่เริ่มต้นพัฒนาผลิต ขาย จนกว่าโปรดักส์จะไม่เป็นที่ต้องการ รวมไปถึงตัวโปรเจกต์ที่เกี่ยวข้อง
  • ดูโปรดักส์ที่ตัวเองรับผิดชอบในระยะยาว

Project Manager

  • นำฟีเจอร์ที่คิดโดย Product Manager มาทำวางแผนการสร้าง โดยที่งานที่ทำต้องอยู่ในงบประมาณและเวลาที่กำหนด
  • บริหารจัดการให้งานสามารถส่งมอบได้ตามแผนที่วางไว้
  • เมื่อโปรเจกต์เสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็อาจจะย้ายไปทำโปรเจกต์ใหม่ที่เกี่ยวข้องกับโปรดักส์ตัวอื่น ๆ

📍 ทักษะที่จำเป็น :

General Management Skills:

  • มีความเป็นผู้นำ คอยชักนำทีมไปให้ถูกทาง
  • มีทักษะการสื่อสารและต่อรอง
  • บริหารความขัดแย้งเป็น
  • ตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Project Management Skills:

  • มีพื้นฐานความรู้ของการบริหารโครงการ รวมไปถึงเครื่องมือหรือซอฟต์แวร์ที่ใช้
  • มีความเข้าใจในองค์กรรูปแบบต่างๆ

Industry Skills:

  • มีความรู้หรือประสบการณ์เฉพาะด้านในแอปพลิเคชั่นหรืออุตสหากรรมที่โครงการนั้นอยู่

📍 หน้าที่รับผิดชอบ :

  • กำหนดขอบเขตงานและเป้าหมายของโครงการ
  • การวางแผนทรัพยากรและทีม
  • การร่างตารางงานและประมาณงบ
  • การบริหารจัดการความเสี่ยง
  • การกำหนดและควบคุมคุณภาพ
  • การประสานงานกับคนที่เกี่ยวข้อง
  • การร่างเอกสารและรีพอร์ท
  • ตรวจสอบความคืบหน้าและแก้ไขปัญหา
  • และอื่นๆ

📍 ตัวอย่างตำแหน่งงาน :

  • Project Manager
  • Product Manager
  • Lead Project Supervisor
  • Construction Manager
  • Program Manager
  • Scrum Master

📍 เงินเดือนเริ่มต้น :

  • 50,000 - 120,000 บาท

About the Author

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish