สายงานคอนเทนต์ (Content)

📍 ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกออนไลน์และมีอิสระในการเลือกที่จะเสพคอนเทนต์ได้เอง การสร้างคอนเทนต์ที่น่าสนใจ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับองค์กรต่าง ๆ ในการทำการตลาดในยุคปัจจุบัน ผ่านคอนเทนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งานเขียน, พอตแคสต์, วิดีโอ บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ต่างๆ

Content

ทำความรู้จักอาชีพสาย Content

📍 ข้อดีของการมีคอนเทนต์

  • เพิ่ม Traffic มาที่ไซต์ของเรา คอนเทนต์ที่น่าสนใจ จะดึงดูดลูกค้าหน้าใหม่ ๆ ส่วนคอนเทนต์ที่ผลิต ออกมาอย่างสม่ำเสมอ มีความต่อเนื่องจะทำให้ลูกค้าปัจจุบันกลับเข้ามาเรื่อย ๆ
  • การมี Traffic ที่สูงขึ้นจะทำให้ค่า SEO สูงตามไป ด้วย ทำให้เว็บไซต์ของเราขึ้นไปอยู่ในหน้าแรก ๆ ของ Search Engine ต่าง ๆ
  • เพิ่มการมีส่วนรวมของกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น หยุดดูคอนเทนต์กดโต้ตอบ คอมเมนต์ ฯลฯ
  • สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เมื่อลูกค้าใช้เวลา ในการเสพคอนเทนต์ที่ให้ความรู้และสนุก เขาจะรู้จัก เกิดความชื่นชอบ และเชื่อใจ จนเปลี่ยนเป็นความไว้วางใจในตัวองค์กร ลูกค้าจะไม่รู้สึกถูกยัดเยียดในการขาย
  • เพิ่มยอดขายของสินค้า

📍 รูปแบบของคอนเทนต์

  • การเขียน (Written) – Blog, E-Book, Web Page
  • การใช้รูปภาพ (Visual) – Infographic, Video, Slide
  • การใช้เสียง (Voice) – Podcast, Audio Book, Clubhouse

📍 ช่องทางการเผยแพร่คอนเทนต์

  • เครื่องมือค้นหา (Search Engine) – Google, Bing, Yahoo
  • โซเชียลมีเดีย (Social Media) – Facebook, Instagram, YouTube, Twitter, TikTok, Pinterest, LinkedIn
  • อีเมล (Email)

📍 หลักสำคัญในการสร้างคอนเทนต์

  • มีความเป็นเอกลักษณ์
  • ใช้โทนเสียงให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย
  • เลือกใช้รูปแบบและตัวกลางในการเผยแพร่อย่างเหมาะสม
  • มีความกระชับและชัดเจน
  • ใช้ Title/Meta Description/Teasers เผื่อดึงดูดให้คนเข้ามาเสพ

📍 Content Creator คือใคร?

Content Creator คือ คนที่นำไอเดียหรือหัวข้อมาสร้างเป็นเนื้อหา หรือเรียบเรียงขึ้นใหม่ให้น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการเขียน รูปภาพ วีดีโอ หรือไฟล์เสียง แล้วนำมาเผยแพร่ให้กลุ่มเป้าหมาย ผ่านการใช้เว็บไซต์หรือสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ

ในหลาย ๆ องค์กร Content Creator ไม่ได้มีหน้าที่แค่คิดเนื้อหาเพียงอย่างเดียว แต่จะมีน่าที่รับผิดชอบเรื่องการเผยแพร่และตรวจสอบประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วย จึงมักจะรู้วิธีใช้เครื่องมือเช่น

  • Content Management System (CMS)
  • Analytic Tools
  • Design Software
  • Project Management Software

Content Creator ที่เก่งนั้นสามารถเติบโตไปในสายงาน PR และ Marketing Manager ต่อ หรือกลายมาเป็น Influencer ได้เช่นกัน

📍 เครื่องมือในการทำงาน :

  • Content Management System (CMS)

เป็นระบบที่ช่วยในการสร้างเว็บไซต์และบริหารจัดการเนื้อหาต่างๆ โดยที่ผู้ใช้ไม่จ าเป็นต้องมีความรู้ในการเขียนโปรแกรม เช่น WordPress, Magento

  • Analytic tools

ใช้ในการวิเคราะห์ติดตามประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่เราเขียนออกไปโดยดูค่า View, Conversion Rate, Organic Traffic, Audience Growth, etc. เช่น Google Analytics

  • Design Software

ช่วยในการทำ Graphic ให้สวยงาม เช่น InDesign, Photoshop, Illustrator

  • Project Management Software

ช่วยในการจัดระเบียบการทำงาน วาง Deadline และประสานงานกับทีมต่างๆ

📍 ทักษะที่จำเป็น :

  • มีความคิดสร้างสรรค์และตรรกะที่ดี
  • เขาใจหลักการของ Story Telling
  • มีทักษะในการอ่าน เขียน และตรวจคำผิด (Proof Reading)
  • มีทักษะในการประสานงานที่ดี
  • รู้จักและเข้าใจ IT Technology และ CMS
  • เข้าใจการทำงานของ SEO
  • พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
  • มีประสบการ์ณใช้โปรแกรมตัดต่อ กราฟฟิก วีดีโอ ได้จะดียิ่งขึ้น

📍 หน้าที่รับผิดชอบ :

  • ประสานงานกับทีมนักวางแผนกลยุทธการตลาดเพื่อสร้างคอนเทนต์ที่ล้อไปตามเป้าหมายขององค์กร
  • เขียน รีวิว แก้ไข และตรวจหาคำผิดบนคอนเทนต์
  • โปรโมทคอนเทนต์บนเว็บไซต์บล๊อก โซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ
  • ออกแบบภาพกราฟฟิคเพื่อสร้างภาพประกอบ
  • วิเคราะห์ประเมินผล และตรวจสอบประสิทธิภาพของคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นมา
  • ค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ ไอเดียและกลุ่มเป้าหมายที่จะนำมาทำคอนเทนต์รวมไปถึงการติดตามข่าวสารสัมภาษณ์คนที่อยู่ในวงการหรือ Key Influencer

📍 ตัวอย่างตำแหน่งงาน :

  • Digital Content Creator
  • Content Editor
  • Content Writer
  • Content Manager/Strategist
  • Copywriter
  • Social Media Content Editor
  • Videographer/Video Editor

📍 เงินเดือนเริ่มต้น :

  • 20,000 - 40,000 บาท

About the Author

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish