เทคโนโลยีบนกล้องวงจรปิด CCTV : เมืองอัจฉริยะ ชนะอาชญากรรม?

[อ่านสั้นๆ]: ปัจจุบันไม่ว่ามีอาชญากรรมอะไรเกิดขึ้น สิ่งที่ทุกคนมองหาเป็นอย่างแรกคือ "ภาพจากกล้องวงจรปิด" (CCTV) เพราะเป็นเทคโนโลยีที่สามารถช่วยหาหลักฐานและแก้ไขปัญหาการเกิดอาชญากรรมได้

CCTV stop Crime

"Smart City" - เมืองอัจฉริยะ นอกจากจะพูดถึงการวางผังเมือง, ระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพ และการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ เช่น ระบบปะปา ไฟฟ้า โทรศัพท์ การจราจร ฯลฯ เข้าด้วยกันผ่านระบบอินเตอร์เน็ต (IoT) แล้ว กล้องวงจรปิด CCTV ก็เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในการพัฒนาเมืองให้ทันสมัยเพื่อความปลอดภัยของพลเมือง

กล้องเก่า กล้องพัง กล้องดัมมี่ มีให้เห็นอยู่ตลอดในหน้าฟีตข่าว แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีกล้องวงจรปิดจะพัฒนาไปไกลมากแล้วก็ตาม !! กล้องวงจรปิดมีประโยชน์ทั้งในบ้านเรือนของผู้คนและบนท้องถนนทั่วไป เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับคนในสังคม

บางคนอาจจะติดกล้องวงจรปิดไว้ใช้ 'คุยกับหมา' เวลาไม่มีใครอยู่บ้าน บางคนอาจจะติดกล้องวงจรปิดไว้เพื่อป้องกันเหตุอาชญากรรมที่ไม่คาดคิด เช่น ขโมย, การถูกทำร้าย และนอกจากนั้นบางคนยังติดไว้เพื่อ ดูความเรียบร้อยของพนักงานในที่ทำงาน

เทคโนโลยีกล้องวงจรปิดปัจจุบันพัฒนาไปไกลมากเป็นอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ที่ได้รับการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เช่น

1. สามารถเชื่อมต่อ WiFi ส่งข้อมูลวิดีโอผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้เจ้าของกล้องสามารถดูภาพสดๆ ได้ในแอปฯ มือถือ

2. สามารถจดจำใบหน้า (Face Recognition) เพื่อระบุตัวตนได้อย่างแม่นยำผ่าน AI โดยเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลบุคคลของรัฐ

3. สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหว (Human Detection PIR) ซึ่งจะส่งข้อมูลแจ้งเตือนไปยังเจ้าของทันทีเมื่อมีคนบุกรุก

4. สามารถถ่ายวิดิโอในที่แสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความคมชัดภาพระดับ Super Full HD

5. สามารถบันทึกข้อมูลเก็บ (Data Collection) ไว้ได้นานเป็นเดือนๆ เพราะมีหน่วยความจำ (Memory) ที่ใหญ่ขึ้น

ปี 2020 นี้ กรุงเทพฯ ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มกว่า 5,000 ตัว เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนในการหาพยานหลักฐานให้แก่ตำรวจ เมื่อเกิดเหตุและแก้ไขปัญหาจุดเสี่ยงในการก่ออาชญากรรม นอกจากนั้นบนท้องถนนๆ ก็มีกล้องวงจรปิดอยู่ทุกมุม เพื่อที่จะเก็บหลักฐานเอาไว้หากเกิดเหตุอาชญากรรมและการทำผิดกฎหมายเกิดขึ้น

ในต่างประเทศเช่น ใน 'ลอนดอน' มีกล้องวงจรปิดอยู๋มากกว่า 600,000 ตัว โดยเฉพาะในบริเวณที่มีคนสัญจรผ่านเยอะๆ เช่น สถานนีรถไฟฟ้าใต้ดิน และสถานที่ท่องเที่ยว เพื่อลดจำนวนอาชญากรรม และก็พฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น เพราะทุกสิ่งโดนถ่ายไว้หมด ซึ่งค่าเฉลี่ยภายใน 1 วัน คนในลอนดอนคนนึงจะโดนกล้องวงจรปิดถ่ายประมาณ 300 ครั้ง !!

จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาทำให้ชีวิตเราสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อย่างน้อยก็มีหลักฐานในการตามตัวคนผิดมารับโทษ การที่ประเทศต้องการที่จะพัฒนาเป็น Smart City ทำให้อาชีพที่ต้องใช้ "ทักษะดิจิทัล" และเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และ Big Data ในการทำงาน มีความต้องการในตลาดแรงงานสูงขึ้น

ที่มา: estopolis, khaosod, cctv.uk

About the Author

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish