6 สัญญาณที่บ่งบอกว่า ‘คุณควรย้ายงาน’ ได้แล้ว

ตัวนั่งอยู่ที่โต๊ะประชุม แต่จิตใจลอยไปอยู่ที่อื่น จบประชุมออกมาโล่งๆ งงๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาพูดอะไรกัน

ชีวิตมีขึ้นมีลง บางครั้งก็เจอสิ่งที่ชอบบ้าง สิ่งที่ไม่ชอบบ้าง การทำงานก็เช่นกัน ถ้าเจองานที่ชอบก็ดีไป ถ้าไม่ใช่ก็อาจจะทำให้เกิดความทุกข์ระหว่างทำงานได้ ...

แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าเมื่อไหร่เราควรจะย้ายงานหรือลาออก?

6 Signs it's time to change job now

🚨 6 สัญญาณที่บ่งบอกว่า 'คุณควรย้ายงาน' ได้แล้ว

1. คุณไม่อยากไปทำงาน (You Dread going to Work)

ถ้าคุณเห็น Meme : I hate Mondays - ฉันเกลียดวันจันทร์ แล้วอินกันมัน แปลว่าคุณอาจจะเริ่มรู้สึกเบื่องานที่คุณทำอยู่ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้รู้สึกแย่กับงานคุณทำก็ตาม หากคุณตั้งตารอวันหยุด ไม่มีกระจิตกระใจในการทำงานแสดงว่าคุณต้องเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองแล้วว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนี้? แล้วจะทำอะไรได้บ้าง?

💡 Tip: ลองใช้เวลาเล็กๆ น้อยๆ ในวันหยุดมองหางานใหม่ๆ ที่คุณชอบเผื่อไว้ ลองดูว่างานที่สนใจมีหน้าที่ต้องทำอะไรบ้าง แล้วคิดว่าตัวเองชอบไหม อัพเดท Resume ให้สดใหม่อยู่เสมอ พัฒนาตัวเองด้วยการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติม Upskill ในด้านต่างๆ ที่จะทำให้คุณสามารถย้ายงานได้ราบรื่น และได้ทำงานที่คุณชอบ

2. คุณอิจฉาคนอื่นที่ประสบความสำเร็จ (You Envy Other People's Success)

ถ้าคุณเห็นคนอื่นที่ประสบความสำเร็จ มีทุกอย่างที่เขาต้องการ มีงานที่ชอบ แฮปปี้กับสิ่งที่เขาทำ แล้วตั้งคำถามกับตัวเองว่า 'ทำไมชีวิตเขาถึงดีจัง? ทำไมชีวิตเราแย่ขนาดนี้? ทำไมเราไม่เป็นแบบเขาบ้าง?' แปลว่าคุณอาจจะต้องเริ่มมองหางานใหม่ที่จะช่วยเติมเต็มสิ่งที่เหล่านั้นให้กับคุณแล้ว ถ้างานเก่ามันไม่ตอบโจทย์ ก็ต้อง Move On ไปหาสิ่งที่ดีกว่า

💡 Tip: เปลี่ยนความอิจฉาเป็นแรงบรรดาลใจ เป็นแรงผลักดันที่เราจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น เรียนรู้จากคนที่ประสบความสำเร็จ สังเกตดูว่าเขาทำยังไง หรืออาจจะทักไปถามว่าเขาวางแผนอาชีพยังไง ทำยังไงถึงเจองานที่ตัวเองชอบและตอบโจทย์ Life Style ของเขา การถามไม่ใช่เรื่องน่าอาย คุณอาจจะได้คำแนะนำดีๆ จากคนเหล่านี้ก็ได้

3. คุณเลิกคิดการใหญ่ หมดไฟ (You've Stopped Thinking Big)

ลองส่องกระจกดูแววตาของตัวเองว่า วันแรกที่ไปทำงาน กับวันนี้ยังเหมือนเดิมอยู่ไหม? หลายๆ คนมีเป้าหมายที่จะเติบโตในสายงานที่ทำอยู่ จึงพัฒนาตัวเองและพยายามเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อาจจะคิดการใหญ่เพื่อที่จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าซักวัน แต่ถ้างานที่คุณทำอยู่ไม่ได้ทำให้คุณคิดว่าจะก้าวหน้าไปกว่าเดิม ทำๆ ไปวันๆ เพื่อที่จะรอรับเงินตอนสิ้นเดือน นั้นเป็นสัญญานว่างานนี้อาจจะไม่ใช้งานของคุณ

💡 Tip: ถ้าเริ่มหลงทาง ให้ลองใช้เวลากับตัวเองเพื่อตั้งเป้าหมายขึ้นมาใหม่อีกครั้งว่า Goal ในการทำงานของตัวเองคืออะไรกันแน่? แล้วดูว่าตรงกับงานที่ทำอยู่ในปัจจุบันหรือไม่? ถ้าเริ่มรู้สึกว่าไม่ใช่ อาจจะเริ่มลองมองหาบริษัทที่อยากทำงานด้วย มองหาตำแหน่งงานที่อยากทำ และเขียนลงบนกระดาษถามตัวเองให้แน่ใจอีกครั้งว่างานที่จะย้ายไปนั้นตรงกับเป้าหมายของตนจริงๆ แล้วหรือไม่ จึงวางแผนและเตรียมตัวเพื่อที่จะส่งใบสมัครและย้ายงาน เพราะไม่มีใครอยากย้ายงานโดยที่ไม่ได้เตรียมตัวและไม่รู้เป้าหมายของตัวเอง

4. คุณไม่รู้สึกถึงความท้าทาย (You've Never Challenged)

เมื่อทำงานไปสักพักแล้วงานของคุณกลายเป็นงาน Routine วนๆ เหมือนเดิมทุกวัน ไม่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รู้สึกว่าไม่มีอะไรท้าทายในตำแหน่งที่ทำอยู่อีกต่อไป นั้นหมายความว่าคุณมีความเชี่ยวชาญชำนาญในงานนั้นๆ แล้ว แต่ถ้าไม่ทำอะไรเพิ่มเติม คุณก็อาจจะไม่ก้าวหน้าและอยู่ที่เดิมตลอดไป

💡 Tip: คุณอาจจะลองพูดคุยกับหัวหน้าของคุณ เพื่อถามหาโอกาสใหม่ๆ ที่อาจจะทำให้คุณรู้สึกท้าทายในการทำงานมากขึ้น เช่น การขอทำโปรเจคใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาในงานที่ทำอยู่ หรือ การขอย้ายตำแหน่ง (Rotate) ไปทำงานอื่นๆ ในบริษัทเพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะ การเรียนรู้และลงมือทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนจะช่วยสร้างความท้าทายในการทำงานมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหัวหน้าไม่สามารถหยิบยื่นโอกาสใหม่ๆ ให้คุณได้ และคุณก็เบื่อเต็มที คุณอาจจะมองหางานใหม่ที่ท้าทายคุณแทน

5. คุณไม่มีสมดุลในชีวิต (You've No Work-Life Balance)

ไม่มีเวลาจะทำอะไรเป็นของตัวเอง คิดเรื่องงานจนไม่ได้ทำอย่างอื่น? ตื่นมาก็คิดเรื่องงาน นอนก็ฝันเรื่องงาน? ไม่มีเวลาที่จะเจอเพื่อน ไม่มีเวลาทำกิจกรรมอะไรกับคนในครอบครัว? ต้องเข้าใจว่ามนุษย์ไม่ได้เกิดมาเพื่อทำงานตลอด 24 ชั่วโมง 365 วัน จนไม่มีเวลาสร้างความสุขอื่นๆ ให้กับตัวเอง เพราะฉะนั้น Work-Life Balance จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล และไม่จริงจังกับงานเกินไปจนไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง
.
💡 Tip: วางแผนตารางเวลาชีวิตของคุณให้ดี กำหนดเวลาให้ตัวเองว่าจะทำงานถึงกี่โมง คุณอาจจะตั้งเวลาไว้ว่าจะไม่อ่านหรือตอบอีเมลหลังกี่โมงๆ และลองหาเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง เช่น พักเบรก, นอน, ออกกำลังกาย, ทำกิจกรรมที่จะทำให้คุณสมองปลอดโปร่งมากยิ่งขึ้น เพราะหลายๆ ครั้งการจมปักอยู่แต่กับงานทำให้คุณไม่สามารถมีไอเดียใหม่ๆ หรือสมองตัน และเกิดความเครียดสะสม แต่ถ้าคุณไม่สามารถบริหารจัดการเวลาให้ตัวเองได้ เพราะตารางงานแน่นไปหมด นั้นแปลว่างานที่คุณทำมันหนักเกินไป และมันทำให้คุณไม่มีชีวิตเป็นของตัว ซึ่งเป็นสัญญานสำคัญว่าคุณอาจจะควรย้ายงาน

6. คุณรู้สึกว่าไม่มีใครรับฟังหรือเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำ (You don't Feel Listened to or Appreciated)

หากคุณรู้สึกว่า 'คุณทำงานหนักเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครเห็นคุณค่า' ไม่มีคนกล่าวถึงหรือพูดชมเชยในสิ่งที่คุณทำเลยสักครั้ง นั้นอาจจะทำให้คุณรู้สึกแย่และตั้งคำถามกับสิ่งที่ทำอยู่ ถ้างานที่คุณทำคุณตั้งใจทำ ทุ่มเทชีวิตจิตใจและเวลาลงไปมากมายมหาศาล คุณควรได้รับผลตอบรับที่ดีและมีคุณค่ามากกว่านี้ ถ้าคุณรู้สึกแบบนี้บ่อยๆ นั้นอาจจะเป็นสัญญานที่บ่งบอกว่าคุณไม่เหมาะกับงานที่กำลังทำอยู่ อาจจะเป็นเพราะเพื่อนร่วมงาน หรือความสามารถของคุณเองที่ไม่ตรงกับคุณค่าของบริษัท
.
💡 Tip: ลองวิธีใหม่ๆ ที่อาจจะทำให้คุณมีตัวตนมากยิ่งขึ้นในบริษัท - ถ้าคุณไม่ชอบการแสดงออกความคิดเห็นในที่ประชุม คุณอาจจะหาวิธีอื่นๆ ที่จะสื่อสารไอเดียของคุณออกไป คุณอาจจะพูดคุยกับหัวหน้าให้เข้าใจว่าคุณรู้สึกว่างานที่ทำอยู่ไม่มีใครให้คุณค่า ซึ่งหัวหน้าที่ดีก็อาจจะหยิบยื่นโอกาสใหม่ๆ ให้คุณ หรือคุณอาจจะนำเสนอไอเดียใหม่ๆ กับหัวหน้าโดยตรงและลงมือทำมัน แต่ถ้าทำถึงขนาดนี้แล้วยังไม่มีใครให้ค่าในสิ่งที่คุณทำและไม่ได้ช่วยอะไร นั้นแปลว่าคุณอาจจะไม่เหมาะกับงานที่นี่และคุณควรมองหางานใหม่ได้แล้ว

📍 สุดท้าย ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่แปลว่า "คุณมีเกณฑ์ที่จะได้ย้ายงาน" แต่ถึงแม้คุณจะอยากลาออกแค่ไหน ยังไงก็ต้องคิดให้ดี เพราะในยุคนี้ที่เศรษฐกิจย่ำแย่ทั่วโลก ถ้าคุณยังมีงานทำและยังไม่โดนไล่ออกก็ถือว่าโชคดีแล้ว

Work Life Balance ความสมดลระหว่างชีวิตและงาน ถึอเป็นเรื่องสำคัญทั้งต่อสภาพจิตใจและร่างกาย เพราะฉะนั้นถ้างานมันแย่จริงๆ อยากเริ่มต้นใหม่ อยากทำงานที่ชอบ อยากมีสุขภาพจิตที่ดี ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวและเสี่ยงจนเกินไป หากเราเตรียมตัวพัฒนาตัวเองและวางแผนเพื่อการย้ายงานมาดี !!

เกิดมาครั้งเดียว จะทำงานที่ไม่ชอบไปจนตาย แล้วไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลยจริงหลอ?

คุณเบื่องานที่ทำอยู่ไหม? ทำอย่างไรถึงจะมีชีวิตทำงานที่แฮปปี้ขึ้น?

Source: SEEK, Northeastern

About the Author

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

en_USEnglish