Spotify ฉลาดเกินไป? : “เก็บ Data อย่างไร ถึงถูกใจผู้ใช้งาน”

Data on Spotify
Spotify ฉลาดเกินไป?
"เก็บ Data อย่างไร ถึงถูกใจผู้ใช้งาน"
.
Spotify แอพพลิเคชั่นสัญชาติสวีเดน เป็นแพลตฟอร์มฟังเพลงออนไลน์ยอดนิยมมากที่สุดในโลก ในปี 2020 มียอดผู้ใช้งานมากกว่า 286 ล้านคน โดย 130 ล้านคนเป็นสมาชิกที่เสียเงินสมัครแบบ Premium และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
.
หากใครใช้ Spotify คงอาจจะสงสัยว่าทำไม แอพพลิเคชั่นถึง "รู้ดี" นักว่าเราชอบฟังเพลงอะไร แนวไหน ฟังๆ อยู่ก็ได้เพลงใหม่ๆ มากดไลก์เก็บเอาไว้ใน Playlist ของตัวเองเพิ่มซะงั้น
.
ใน Spotify มีเพลงอยู่มากกว่า 50 ล้านเพลง เรียกได้ว่า จะเกิดอีกกี่ชาติก็ฟังไม่ครบ !! Spotify จึงหาวิธีที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ฟังเพลงใหม่ๆ ด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย . . .
.
AI - Artificial Intelligent เป็นเครื่องมือที่ Spotify ได้เอามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลการฟังเพลงของเรา ผ่าน Machine Learning เพื่อสร้าง Playlist หรือแนะนำเพลงที่เหมาะสมและตรงกับความชอบของกับแต่ละคน
.
ระบบ Machine Learning จะสังเกตพฤติกรรมของเราผ่านการดูว่าเราฟังเพลงไหนซ้ำหรือกดข้ามเพลงแนวไหนบ่อยๆ และยังนำ Playlist ที่เราสร้างขึ้นเองไปเปรียบเทียบกับผู้ใช้งานคนอื่นๆ ทั่วโลกอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีปุ่มหัวใจให้เรากด Love ว่าเราชอบเพลงไหนเก็บเอาไว้เป็นข้อมูล (Data) เพื่อนำไปประมวลผล สร้างความเชื่อโยงและวิเคราะห์ความต้องการของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด
.
ซึ่งจากที่ได้กล่าวมาถือว่า Spotify เป็นตัวอย่างของบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล (Data-Driven Company) ที่ประสบความสำเร็จจากการใช้ข้อมูลของผู้ใช้งาน เพื่อนำมาปรับปรุง ต่อยอด และสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาบริษัทไปข้างหน้าอย่างแท้จริง
.
แต่อย่างไรก็ตามการที่ Spotify ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ามาใช้ก็มีข้อเสียเช่นกัน เพราะ ทำให้ผู้ใช้งานมีโอกาสที่จะค้นพบ discover เพลงใหม่ๆ นอกกระแส นอกกรอบ หรือแหวกแนวจากที่ตัวเองชอบได้ "ยาก" มากยิ่งขึ้น
.
ฟังเพลงกันแล้ว อย่าลืมทำ Digital Adaptivity Assessment : แบบทดสอบวัด "ทักษะดิจิทัล" เพื่อเตรียมพร้อมสู่ตลาดงานที่กว้างกว่า เปิดโอกาสให้สามารถพัฒนาศักยภาพก้าวหน้าทางสายอาชีพที่ตัวเองชอบ ...
คลิ๊กเลย : http://bit.ly/adaptivityassessment
.
นอกจากนั้นหลังจากทำแบบทดสอบเสร็จแล้ว ยังสามารถกดจอง Mentoring Session เพื่อปรึกษาและพูดคุยกับผู้เชียวชาญด้านทักษะดิจิทัลของเราได้ "ฟรี" อีกด้วย !
.
_______________
ที่มา: Businessofapps, Forbes

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *