ฝันอยากมาวินเหมือนแจ็กหม่าต้องรู้จักคำว่า “Digital Asset” ให้ดีก่อน

Digital Asset - Jack Ma
ฝันอยากมาวินเหมือนแจ็กหม่าต้องรู้จักคำว่า “Digital Asset” ให้ดีก่อน
.
หากตั้งคำถามขึ้นมาว่า “รู้จักคำว่า ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ หรือ ‘Digital Asset’ ไหม” เชื่อว่าเกินครึ่งที่กำลังเซิร์ฟอินเทอร์เน็ตและอ่านบล็อกนี้อยู่น่าจะพยักหน้าพลางตอบว่ารู้จักกันบ้างแล้วแต่ถ้าจะถามต่อว่า “แล้วคิดว่าสินทรัพย์ดิจิทัลคืออะไร” คำตอบที่ได้ส่วนใหญ่มักจะเป็น “เงินดิจิทัล” อยู่เสมอ
.
นั่นก็ไม่ผิด เพราะเวลาพูดถึงสินทรัพย์ดิจิทัลทีไร ภาพที่ฉายขึ้นมาในสมองก็มักจะเป็นช่วงที่เราดูข่าวเศรษฐกิจโลก แล้วเห็นผู้สื่อข่าวกำลังรายงานถึงความเคลื่อนไหวของเงินตราดิจิทัล ค่าเงินพุ่งสูงจนน่าลงทุนหรือดิ่งลงเหวจนใจหายใจคว่ำ ซึ่งเราก็รู้อยู่แค่นั้น แถมยังไม่ได้ศึกษาต่อไปอีกด้วยว่าเงินตราดิจิทัลหรือคริปโตเคอเรนซี - Cryptocurrency มันทำงานอย่างไรต้องใช้วิธีลงทุนแบบไหน เพราะแค่ได้ยินชื่อก็กุมขมับปวดหัวไปสามวันแปดวันแล้วก็เข้าใจว่าจะเติบโตหรือประสบความสำเร็จได้ด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลนี่มันยากจังนะ
.
แต่เดี๋ยวก่อน เพราะที่จริงแล้วความเข้าใจว่า “สินทรัพย์ดิจิทัล” หมายถึง “เงินตราดิจิทัล” นั้นถูกเพียงเสี้ยวเดียวเท่านั้นเพราะที่จริงแล้ว Digital Asset มันเป็นได้เกือบทั้งหมดบนโลกดิจิทัล และเผลอๆเราเองก็อาจมี Digital Asset ครองอยู่ในมือแล้วโดยไม่รู้ตัวก็ได้ !
.
เพราะ Digital Asset คือสินทรัพย์บนโลกดิจิทัลที่หมายถึงอะไรก็ได้ แต่สิ่งนั้นสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเราในระยะยาวได้นั่นเองอธิบายอย่างนี้หลายคนอาจยังมีเครื่องหมายคำถามขึ้นอยู่บนหัวถ้าอย่างนั้นอาจบอกง่ายๆ ได้ว่า แค่เรามีโดเมนเนมหรือเว็บไซต์เป็นของตัวเองสักเว็บหรือสร้างแอปพลิเคชั่นขึ้นมาได้สักชิ้น แม้กระทั่งสิ่งที่เรามีครอบครองอยู่แล้วในมืออย่างการเขียนคอนเทนต์สักเรื่องลงในเพจ โพสต์วิดีโอคลิปหรือรูปถ่ายลงในสื่อโซเชียลที่เราเล่นกันอยู่ทุกวัน มีไอเทมสุดปังในเกมที่ชอบเล่น หรือสร้างสติ๊กเกอร์ลงขายในแพลตฟอร์มสนทนาชื่อดัง นั่นแหละถือว่าคุณมีสินทรัพย์ดิจิทัลแล้วนะ
.
Digital Asset จึงไม่ใช่แค่เรื่องเงินตราดิจิทัล หรือสกุลเงินดิจิทัลเท่านั้น หากยังเป็น “ทุกสิ่งทุกอย่าง” บนโลกดิจิทัลที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเราได้ เวลาที่เราเข้าเว็บไซต์ที่คุ้นเคย แล้วพบแบนเนอร์โฆษณาในเว็บไซต์นั้นอยู่เรื่อยๆ นั่นแหละคือรายได้ที่เจ้าของเว็บไซต์จะได้รับ หรือไถหน้าฟีดเฟซบุ๊กเพลินๆ แล้วเจอโฆษณาชวนให้กดเข้าไปดูอยู่เรื่อยๆของ Facebook Ad นั่นแหละ คือรายได้หลักของเขาและเฟซบุ๊กได้รายได้จากส่วนนี้ถึงหลักหมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อปีเลย
.
หากเล่าให้ใกล้ตัวมากขึ้น ก็เหมือนกับเวลาที่เราชอบถ่ายรูปมากๆ แล้วเอารูปสวยๆ ที่เราถ่ายนั้นไปลงไว้เล่นๆในเว็บไซต์ซื้อ-ขายภาพอย่าง Shutterstock หรือ iStockphoto แต่หลังจากนั้นก็มีลูกค้าจากทั่วโลกมาซื้อภาพเพื่อนำไปใช้งานอย่างสม่ำเสมอ เป็นรายได้ที่เกิดในระยะยาวบนโลกดิจิทัล หรือการถ่ายวิดีโอสนุกๆ นำไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียแล้วถูกใจผู้ชม เกิดการติดตามวิดีโอตัวต่อมาอยู่เรื่อยๆ จนมีผู้ว่าจ้างให้คุณผลิตวิดีโอให้ด้วยรายได้ที่ดีงาม หรือการเปิดเว็บไซต์เอาไว้ลงคอนเทนต์รีวิวร้านอาหารที่ชอบไปกิน นานวันเข้าก็เริ่มมีผู้อ่านเข้ามาตามรีวิวอยู่เรื่อยๆ จนจำนวนผู้เข้าเว็บไซต์ในแต่ละวันพุ่งสูงเริ่มมีแบรนด์ต่างๆ มาขอซื้อโฆษณาในเว็บไซต์ของเรา ไปจนถึงมีบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศขอซื้อ URL เพื่อนำไปพัฒนาต่อเป็นจำนวนเงินแปดหลัก ใครจะไปคิดว่า Digital Asset เหล่านี้จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างมูลค่าให้กับเราได้อย่างคาดไม่ถึง
.
จึงไม่แปลกใจว่าบุคคลรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ มักจะมาจากการดำเนินธุรกิจบนโลกดิจิทัล อย่างเช่น มาร์กซักเกอร์เบิร์ก (Mark Zuckerburg) ผู้ถือธุรกิจแพลตฟอร์มประเภทโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook ที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน, แจ็กหม่า (Jack Ma) ผู้ถือธุรกิจแพลตฟอร์มประเภทอีคอมเมิร์ซอย่าง Alibaba ที่เปลี่ยนหน้าชอปปิงออนไลน์ในปัจจุบันได้ถึงขนาดนี้หรือจะเป็นอีลอนมัสก์ (Elon Musk) ที่เริ่มต้นมาจากการสร้างธุรกิจชำระเงินออนไลน์กับเพื่อนๆอย่าง Paypal ที่สะดวกสบายและผู้คนต่างใช้งานกันทั่วโลก พวกเขาล้วนประสบความสำเร็จมาจากการสร้างธุรกิจบนโลกดิจิทัลและสิ่งนั้นก็เปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ให้กับเขาในเวลาต่อมา
.
แม้ว่าการไปถึงเป้าหมายเช่นเดียวกับพวกเขานั้นจะดูเหมือนฝัน แต่ก็ต้องบอกว่าถ้าเราฝันให้ไกลเราก็จะไปจนถึงเพราะการสร้าง Digital Asset นั้นมีช่องทางให้เราได้แปลงสิ่งของที่มีบนโลกดิจิทัลได้หมากหลายไอเดียมากๆ และต่อยอดได้ไม่รู้จบเพียงแค่เรามีไอเดียมีฝีมือเฉพาะตัว และมีเวลาให้กับมันเท่านั้น อย่าเพิ่งตั้งกำแพงว่า “เงินทุนก็ไม่มีจะไปถึงฝั่งฝันอย่างพวกเขาได้อย่างไร” ถึงตรงนี้ขอแอบกระซิบหน่อยว่าแจ็กหม่าเองก็ไม่มีเงินทุนตั้งต้นเลย เงินทั้งหมดเกิดจากการยืมญาติและเพื่อนๆ มาก้อนเล็กๆ เท่านั้น แต่สิ่งที่เขามีคือไอเดียที่อยากจะทำและสกิลที่สามารถปั้นไอเดียนั้นให้ออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้นั่นเอง
.
ในวันที่เราล้วนใช้เวลาในโลกดิจิทัลอยู่ตลอดอย่างทุกวันนี้ในโลกใบนั้น ก็สามารถสร้างสินทรัพย์ให้กับเราได้เช่นกัน เพียงแค่ลองเพิ่มศักยภาพของตัวเองสักหน่อยลับคมฝีมือ เพื่อช่วยต่อยอดไอเดียที่มีอยู่ให้ก้าวต่อไปได้อีกนิด รับรองว่าโลกดิจิทัลก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พร้อมจะเปิดโอกาสให้เราได้สร้าง Digital Asset ให้กับเราได้เช่นกัน
.
มาถึงตรงนี้แล้วเริ่มอยากจะรู้ว่า Digital Skill ไหนที่น่าจะช่วยต่อยอดให้ Digital Asset ที่เรามีนั้นไปได้ไกลและสร้างมูลค่าให้กับเราได้แล้วใช่ไหมล่ะ ขอบอกว่าตอนนี้ Adaptivity เรามีตัวช่วยสุดเก๋อย่าง Digital Adaptivity Assessment แบบทดสอบทักษะทางดิจิทัลออนไลน์ที่จะช่วยให้เรารู้ว่าทักษะไหนกันนะที่เหมาะกับเรา แถมถ้ายังไม่มั่นใจ เรายังมี Mentor รอให้คำแนะนำต่างๆ ที่เกี่ยวกับอาชีพในยุคดิจิทัลอีกด้วยแน่นอนว่าทุกอย่างนี้ฟรี ! คลิกที่นี่เลย http://bit.ly/adaptivityassessment

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *